วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

บทเรียนสำหรับผู้เชื่อใหม่ : การเฝ้าเดี่ยว

บทที่ 3 การเฝ้าเดี่ยว



1. วัตถุประสงค์บทเรียน
เพื่อช่วยให้ผู้เชื่อใหม่เข้าใจความหมายและความสำคัญของการเฝ้าเดี่ยวรวมทั้งวิธีการในการเฝ้าเดี่ยว

2. ข้อแนะนำในการใช้บทเรียน
ผู้สอนต้องเฝ้าเดี่ยวจนเป็นนิสัยเพื่อจะสอนจากประสบการณ์ชีวิตได้
3. การนำเข้าสู่บทเรียน
เล่าประสบการณ์ชีวิตที่พี่เลี้ยงได้รับพระพรจากการเฝ้าเดี่ยว
ท้าทายผู้เชื่อใหม่ให้เกิดความคาดหวังและตื่นเต้นที่จะได้รับพระพรจากการเฝ้าเดี่ยว

4. เนื้อหาบทเรียน
การเฝ้าเดี่ยวคืออะไร
การเฝ้าเดี่ยวคือการเข้ามาหาพระเจ้าเป็นการส่วนตัวในชีวิตประจำวัน
ดังนั้นการเฝ้าเดี่ยวจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อการเจริญเติบโตฝ่ายวิญญาณของชีวิตคริสเตียน
การเฝ้าเดี่ยวประกอบด้วย
1) การอธิษฐาน
2) การนมัสการ
3) การอ่านพระคัมภีร์และเชื่อฟังพระคัมภีร์

ความสำคัญของการเฝ้าเดี่ยว
การเฝ้าเดี่ยวมีความสำคัญมากต่อชีวิตคริสเตียนเพราะเป็นช่วงเวลาที่คริสเตียนผู้นั้นได้พบพระเจ้าเป็นการส่วนตัว
จำเป็นอย่างยิ่งที่คริสเตียนต้องสามัคคีธรรมกับพระเจ้าเป็นการส่วนตัวทุกวัน
อฟ.6.18-19 จงอธิษฐานวิงวอนทุกอย่างจงขอโดยพระวิญญาณทุกเวลา
ทั้งนี้จงระวังตัวด้วยความเพียรทุกอย่างจงอธิษฐานเพื่อธรรมิกชนทุกคน
และอธิษฐานเพื่อข้าพเจ้าด้วยเพื่อจะทรงประทานให้ข้าพเจ้ามีคำพูดและเกิดใจกล้าประกาศ
และสำแดงข้อลับลึกแห่งข่าวประเสริฐได้
ก. เพราะพระเจ้าสร้างเรามาเพื่อสามัคคีธรรมกับพระองค์
ตั้งแต่ พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ที่สวนเอเดน แต่เมื่อมนุษย์ได้กระทำบาปต่อพระเจ้าทำให้สัมพันธภาพที่สนิทสนมยิ่งระหว่าง มนุษย์กับพระเจ้าได้สูญหายไป เมื่อพระเยซูคริสต์ได้ทรงเสด็จมาสิ้นพระชนม์เพื่อไถ่บาปเราบนไม้กางเขน นำการยกโทษบาปแก่ผู้ที่เชื่อวางใจในพระองค์ทำให้เกิดการนำกลับคืนดีระหว่าง มนุษย์และพระเจ้าอีกครั้ง
ข. พระเยซูทรงใช้เวลาเช้ามืดออกไปเฝ้าพระบิดา
มก.1.35 ครั้นเวลาเช้ามืดพระองค์ได้ทรงลุกขึ้นเสด็จออกไปยังที่เปลี่ยวและทรงอธิษฐานที่นั่น
จึงเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับคริสเตียนที่ต้องทำอย่างนี้ด้วย
ค.เพราะการเข้าเฝ้าพระเจ้าเป็นการส่วนตัวในแต่ละวันจะช่วยให้ชีวิตฝ่ายวิญญาณจิตของผู้นั้นเจริญเติบโตขึ้นในพระเจ้า
ร่างกายของเราต้องการอาหารฉันใด ชีวิตฝ่ายวิญญาณเราต้องการอาหารฉันนั้น
พระวจนะพระเจ้าคืออาหารฝ่ายจิตวิญญาณของเรา ถ้าเราขาดการอ่านพระวจนะของพระเจ้า
ชีวิตฝ่ายวิญญาณของเราก็จะอ่อนแอ การเฝ้าเดี่ยวเป็นการเข้าไปรับกำลัง ความชื่นชมยินดี
รับคำแนะนำตักเตือน ช่วยให้ชีวิตของเราถูกเปลี่ยนแปลงเหมือนกับพระเจ้าทุกวัน ๆ มีชีวิตที่คงเส้นคงวาในการติดตามพระเจ้า
ถ้าเราละเลย หรือทิ้งการเฝ้าเดี่ยว ก็ส่งผลเสียต่อชีวิตของเราคือเราจะขาดการถูกสร้างชีวิตจากภายใน
เรากำลังปฏิเสธสิทธิพิเศษที่จะมีสัมพันธ์สนิทสนมกับพระเจ้า เราจะขาดประสบการณ์แห่งฤทธิ์เดช
และการฟื้นฟูใหม่ในใจของเรา เราจะขาดพระพรที่พระเจ้าทำการใหญ่ยิ่งผ่านทางชีวิตของเรา
เราจะกลายเป็นคริสเตียนที่อ่อนแอตลอดช่วงเวลาที่ขาดการเฝ้าเดี่ยวกับพระเจ้า

เฝ้าเดี่ยวได้อย่างไร
เมื่อ เรารู้แล้วว่าการเฝ้าเดี่ยวมีความสำคัญมากยิ่งเพียงไร เราจะต้องใสใจว่าจะมีชีวิตเฝ้าเดี่ยวได้อย่างไร ให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งมีข้อเสนอ 4 ประการ
ก. มีท่าทีที่ถูกต้อง
สิ่งแรกที่เราควรทำในการเฝ้าเดี่ยวคือ การมีท่าทีในใจที่ถูกต้อง
1 ซมอ.16.7 แต่พระเจ้าตรัสกับซามูเอลว่า"อย่ามองดูที่รูปร่างภายนอกหรือที่ความสูงแห่งร่างกายของเขา
ด้วยเราไม่ยอมรับเขาเพราะพระเจ้าทอดพระเนตรไม่เหมือนกับที่มนุษย์ดูมนุษย์ดูที่รูปร่างภายนอกแต่พระเจ้าทอดพระเนตรจิตใจ"
บางครั้งเรากระทำสิ่งที่ถูกต้องด้วยท่าทีที่ผิด เหมือนกับกษัตริย์อามาซิยาห์กระทำใน
2 พกษ.14.3-4 และพระองค์ทรงกระทำสิ่งที่ชอบในสายพระเนตรพระเจ้าแต่ยังไม่เหมือนกับดาวิด
บรรพบุรุษของพระองค์พระองค์ทรงกระทำตามทุกสิ่งซึ่งโยอาชราชบิดาของพระองค์ได้ทรงกระทำ
แต่ว่าปูชนียสถานสูงนั้นยังมิได้ทรงรื้อเสียประชาชนยังคงถวายสัตวบูชาและเผาเครื่องหอมบนปูชนียสถานสูงเหล่านั้น
ดังนั้นเมื่อเราเข้ามาหาพระเจ้าควรเข้ามาด้วยท่าทีที่ถูกต้อง ด้วยใจที่หิวกระหายอยากจะพบพระเจ้า
เราควรเข้ามาด้วยท่าทีที่คาดหวังด้วยใจกระตือรือร้นจดจ่อต้องการพบพระเจ้า ดาวิดเป็นแบบอย่างดังที่กล่าวไว้ในพระคัมภีร์
สดด.63.1 ข้าแต่พระเจ้าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของข้าพระองค์ข้าพระองค์แสวงพระองค์
จิตวิญญาณของข้าพระองค์กระหายหาพระองค์เนื้อหนังของข้าพระองค์กระเสือกกระสนหาพระองค์ในดินแดนที่แห้งและอ่อนโหยที่ที่ไม่มีน้ำ
สดด.42.1-2 กวางกระเสือกกระสนหาลำธารที่มีน้ำไหลฉันใดข้าแต่พระเจ้าจิตวิญญาณของข้าพระองค์ก็กระเสือกกระสนหาพระองค์ฉันนั้น
จิตวิญญาณของข้าพระองค์กระหายหาพระเจ้าหาพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์เมื่อไรข้าพระองค์จะได้มาเห็นพระพักตร์พระเจ้า
ถ้า เรามีท่าทีเช่นนี้เราจะไม่ผิดเวลา หรือมาสาย ในการเข้าเฝ้าพระเจ้า ท่าทีที่ถูกต้องคือการเข้ามาด้วยใจที่ยกย่องเห็นคุณค่าปรารถนาที่จะเชื่อฟัง พระเจ้า
รอคอยพระเจ้าด้วยใจที่สงบนิ่ง ตระหนักเสมอว่า คือองค์พระเจ้าผู้เป็นที่เกรงกลัวในสภาของบรรดาผู้บริสุทธิ์ใหญ่ยิ่ง
และน่าเกรงขามเหนือกว่าทั้งสิ้นที่อยู่รอบพระองค์
สดด.89.7 และการตอบสนองที่ดีที่สุดต่อพระเจ้าในการเฝ้าเดี่ยวคือการเชื่อฟังและกระทำตามที่พระเจ้าทรงสอนจากพระวจนะของพระองค์
ข.เลือกเวลาที่เจาะจง
เวลาที่เหมาะสมในการเฝ้าเดี่ยวของแต่ละคนแตกต่างกัน ดังนั้นเราจะต้องจัดสรรเวลาที่เหมาะสมที่สุดของเรา
และจะใช้เวลานานเท่าใด อาจตอบได้ว่า เราควรเลือกเวลาที่ดีที่สุดให้พระเจ้า ควรเป็นช่วงเวลาที่เราสดชื่นที่สุด
ร่างกายพร้อมที่สุด ไม่ควรเป็นเวลาที่เราเหน็ดเหนื่อยฝ่ายร่างกาย จากพระวจนะพระเจ้าเราเห็นว่าเป็นเวลาเช้าคือเวลาคุณภาพที่สุด
- พระเยซู มก.1.35 ครั้นเวลาเช้ามืดพระองค์ได้ทรงลุกขึ้นเสด็จออกไปยังที่เปลี่ยวและทรงอธิษฐานที่นั่น
- อับราฮาม ปฐก.19.27 เวลาเช้ามืดอับราฮัมออกไปยังที่ที่ท่านยืนเฝ้าพระเจ้า
- โยบ โยบ 1.5 และเมื่อการเลี้ยงเวียนครบรอบแล้วโยบจะใช้ให้ไปทำพิธีชำระตัวเขาทั้งหลายให้บริสุทธิ์
และท่านจะตื่นแต่เช้ามืดถวายเครื่องเผาบูชาตามจำนวนของเขาทั้งหมดเพราะโยบกล่าวว่า
"ชะรอยบุตรของข้าพเจ้าได้กระทำบาปและแช่งพระเจ้าอยู่ในใจของเขา"โยบกระทำดังนี้เรื่อยมา
- ยาโคบ ปฐก.28.18 ยาโคบจึงลุกขึ้นแต่เช้ามืดเอาก้อนหินซึ่งใช้หนุนศีรษะตั้งขึ้นเป็นเสาศักดิ์สิทธิ์และเทน้ำมันบนยอดเสานั้น
- โมเสส อพย.34.4 ฝ่ายโมเสสจึงสกัดศิลาสองแผ่นเหมือนสองแผ่นแรกแล้วท่านก็ตื่นแต่เช้าขึ้นไปบน ภูเขาซีนายตามรับสั่งของพระเจ้าถือศิลาไปสองแผ่น
- ดาวิด สดด.5.3 ข้าแต่พระเจ้าในเวลาเช้าพระองค์ทรงสดับเสียงของข้าพระองค์ซึ่งข้าพระองค์ เตรียมถวายเครื่องสักการบูชาแด่พระองค์และเฝ้าคอยดูอยู่
สดด.57.7-8 ข้าแต่พระเจ้าจิตใจของข้าพระองค์มั่นคงจิตใจของข้าพระองค์มั่นคงข้าพระองค์จะร้องเพลงข้าพระองค์จะร้องเพลงสดุดี
จิตใจของข้าพเจ้าเอ๋ยจงตื่นเถิดพิณใหญ่และพิณเขาคู่เอ๋ยจงตื่นเถิดข้าพเจ้าจะปลุกอรุณ
- เอลคามาห์และฮันนาห์ 1 ซมอ.1.19 เขาทั้งหลายลุกขึ้นแต่เช้าตรู่นมัสการพระเจ้า
แล้วเขาทั้งหลายก็กลับไปบ้านที่รามาห์และเอลคานาห์ก็สมสู่กับฮันนาห์ภรรยาของตน
และพระเจ้าทรงระลึกถึงนาง
ในคำถามที่ว่าเราควรใช้เวลาน่านสักเท่าไรในการเฝ้าเดี่ยว เป็นคำถามที่คนมักถามบ่อย ๆ
การใช้เวลาในการเฝ้าเดี่ยวมักขึ้นอยู่กับตัวเราเองกับพระเจ้าว่าเรามีความต้องการมากเพียงใดในการใช้เวลากับพระเจ้า
ถ้า เป็นการเฝ้าเดี่ยวครั้งแรก เราอาจจะใช้เวลาประมาณ 15 นาที ซึ่งต่อไปจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างเป็นธรรมชาติเมื่อจิตวิญญาณเจริญเติบโตขึ้น
ไม่ว่าเราจะใช้เวลา 15 นาที หรือนานนับเป็นชั่วโมง ในการเฝ้าเดี่ยว เราควรใช้เวลานั้นอย่างมีคุณภาพ
การเฝ้าเดี่ยวอย่างสม่ำเสมอจะดีกว่าการทำนาน ๆ ครั้ง แม้ว่าแต่ละครั้งจะนานเป็นชั่วโมงก็ตาม
ค.การเลือกสถานที่ที่เหมาะสม
เราควรเลือกสถานที่ที่เราสามารถใช้เวลากับพระเจ้าได้อย่างมีคุณภาพ สถานที่ดังกล่าวจะเป็นสถานที่พิเศษสำหรับเรา
สถานที่ที่ดีควรเป็นสถานที่ที่ แยกออกจากสิ่งรบกวนต่างๆ ควรเป็นสถานที่ที่อ่านพระคัมภีร์ได้ แสงสว่างเพียงพอ
ง. วางแผนง่าย ๆ ในการนำสิ่งต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับการเฝ้าเดี่ยว เช่น พระคัมภีร์ สมุดจด หนังสือเพลง
กีตาร์และอุปกรณ์อื่น ๆที่เราเห็นว่าเป็นส่วนประกอบในการเฝ้าเดี่ยว
เราควรวางแผนลำดับการเฝ้าเดี่ยวเบื้องต้นดังนี้
1.) เข้ามาเฝ้าพระเจ้าด้วยใจสงบ
2.) อธิษฐานสารภาพความบาปผิดต่อพระเจ้า
3.) อ่านพระคัมภีร์ด้วยใจอธิษฐาน เพื่อให้พระเจ้าพูดกับเราผ่านทางพระคำของพระองค์ เราอธิษฐานสนทนากับพระเจ้า
โดยการอ่านพระสัญญาของพระองค์ เราควรอ่านพระคัมภีร์ด้วยพิจารณาอย่างช้าๆ
4.) เขียนสิ่งที่พระเจ้าตรัสในใจของเราเมื่อเฝ้าเดี่ยวในสมุดจด
5.) นมัสการและอธิษฐานกับพระเจ้าในสิ่งนั้น ที่เราพบจากการอ่านพระคัมภีร์ การเฝ้าเดี่ยว ให้พระเจ้าเปลี่ยนแปลงชีวิตของเรา ทูลขอตามภาระใจของเรา

5. คำถามสำหรับการสนทนา
ท่านคิดว่าทำไมเราต้องสนทนากับพระเจ้าทุกวัน
เวลาและสถานที่ใดที่ท่านคิดว่าเหมาะสมที่สุดสำหรับท่านในการสนทนาประจำวันกับพระเจ้า

6. การบ้านสำหรับผู้เชื่อใหม่
ท่องพระคัมภีร์
สด ด.5.3 ข้าแต่พระเจ้าในเวลาเช้าพระองค์ทรงสดับเสียงของข้าพระองค์ซึ่งข้าพระองค์ เตรียมถวายเครื่องสักการบูชาแด่พระองค์และเฝ้าคอยดูอยู่
บันทึกสิ่งที่พระเจ้าตรัสแก่เราลงสมุดบันทึกส่วนตัว วันเวลาทูลขอ สถานที่ หัวข้ออธิษฐาน
ข้อพระคัมภีร์ที่อ้างอิง และสิ่งที่พระเจ้าตรัสกับเรา
เลือกฟังเทป
- จะอธิษฐานส่วนตัว
- เข้าใจการอธิษฐาน
- หลักประกันคำตอบอธิษฐาน

7. อ่านหนังสือ มุมสงบ ของกนกบรรณสาร

ที่มา: คริสตจักรแห่งนิมิตนครราชสีมา
     www.visionofchristchurch.com


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น